homemade-mushy-peas
ส่วนผสม
ถั่วลันเตาแช่แข็ง 500 กรัม (ใช้แบบสดถ้ามี)
เนยแข็ง 25 กรัม (นกใช้แบบเค็ม)
สะระแหน่ เด็ดเป็นใบ ๆ 1 กำมือ (หั่นให้พอหยาบ ๆ )
พริกไทยป่น เกลือป่น หยิบมือ
วิธีทำ
นำถั่วลันเตาไปต้ม หรือจะนึ่งแล้วแต่ชอบ จนสุกได้ที่ จากนั้น ใส่เนย และใบสะระแหน่ลงไป ใช้ที่บดมันฝรั่ง บดให้พอหยาบ ๆ เติมพริกไทยป่น เกลือป่น ชิมรสตามชอบ เสริฟคู่กับ ปลาทอด มันฝรั่งทอดได้เลย (fish and chips)
พริกดอง
ช่วงหน้าร้อนที่บ้านจะปลูกพริกเอาไว้ใช้ตลอดทั่งปี พริกที่ปลูกจะมีหลากหลายชนิด ความเผ็ดจะไม่เท่ากัน พริกที่ได้จะจัดเก็บแปรรูปแตกต่างกันไปอย่างพริกที่มีความเผ็ดมาก นกจะปั่นเก็บไว้ทำซอสพริก และปั่นเป็นพริกแห้ง ส่วนพริกที่มีความเผ็ดปานกลางนกจะแบ่งแช่แข็ง และทำเป็นพริกดอง ที่บ้านจะดองแบบง่าย ๆ ไม่มีขั้นตอนและวิธีการอะไร ดองเก็บไว้เพื่อนำไปใช้ผสมกับอาหารอย่างอื่น นี้เป็นพริกดองที่นกทำในปีนี้
ส่วนผสม
พริกสดตามชอบ
น้ำส้มสายชู ( นกใช้น้ำส้มที่ทำจากแอปเปิ้ล)
วิธีทำ
1. เด็ดก้านพริกล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท
2. นำขวดที่จะใช้ดองพริกลงต้มให้น้ำเดือดเป็นการฆ่าเชื้อ และนำไปอบให้แห้งสนิทอีกครั้ง
3. นำพริกเรียงในขวดดอง อัดให้แน่นจนเต็มขวด จากนั้นเทน้ำส้มสายชูลงไปให้จมพริก ปิดผาขวดทิ้งไว้เท่านี้ก็ได้พริกดองไว้ใช้แล้วค่ะ
***นี้เป็นส่วนหนึ่งทีของพริกที่นกปลูกเป็นพริกชนิดที่มีความเผ็ดน้อยถึงปานกลางค่ะ***
ส่วนผสม
พริกสดตามชอบ
น้ำส้มสายชู ( นกใช้น้ำส้มที่ทำจากแอปเปิ้ล)
วิธีทำ
1. เด็ดก้านพริกล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท
2. นำขวดที่จะใช้ดองพริกลงต้มให้น้ำเดือดเป็นการฆ่าเชื้อ และนำไปอบให้แห้งสนิทอีกครั้ง
3. นำพริกเรียงในขวดดอง อัดให้แน่นจนเต็มขวด จากนั้นเทน้ำส้มสายชูลงไปให้จมพริก ปิดผาขวดทิ้งไว้เท่านี้ก็ได้พริกดองไว้ใช้แล้วค่ะ
***นี้เป็นส่วนหนึ่งทีของพริกที่นกปลูกเป็นพริกชนิดที่มีความเผ็ดน้อยถึงปานกลางค่ะ***
แคบหมู
นกทำแคบหมูตากแห้งเก็บใส่ถุงเอาไว้สองวันแล้วละค่ะ วันนี้ได้โอกาสเอามาทอดทำน้ำพริกแคบหมูซึ่งนกได้ลงสูตรไว้ในครัวเรียบร้อยแล้วหากเพือนชาวครัวสนใจ อ่านได้จากลิงค์นี้นะค่ะ http://pinkroselove-nd.blogspot.co.uk/2010/10/blog-post_5609.html
ส่วนผสม
หนังหมู 500 กรัม
ซีอิ้วขาว เล็กน้อย
เกลือป่น เล็กน้อย
น้ำเปล่า (สำหรับต้มหนังหมู)
วิธีทำ
1. ใช้มีดโกนขูดหนังหมูให้สะอาด จากนั้นล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. เปิดไฟในเตาใช้ไฟปานกลาง เอาน้ำใส่หม้อต้ม พอน้ำเดือด ใส่หนังหมูลงต้มให้พอสุก ตักขึ้นจากหม้อต้ม
3. นำไปล้างด้วยน้ำเย็น พักให้เด็ดน้ำ จากนั้นหั่นชิ้นขนาดตามชอบ
4. ใส่เกลือ และชีอิ้วขาว เพิ่มรสชาติ คลุกให้เข้ากัน จากนั้นเอาไปเกลี่ยใส่ถาด ตากแดดให้แห้ง
5. เอาน้ำมันใส่กระทะ ยกขึ้นตั้งบนเตาเปิดไฟในเตาใช้ไฟแรง พอน้ำมันร้อน นำลงทอดที่ละนิด ทอดจนหนังหมูพองกรอบเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เท่านี้ก็ได้แคบหมูนำไปใช้ปรุงอาหาร หรือกินคู่กับก๋วยเตียว แล้วละค่ะ
***แคบหมูที่นกทำวันนี้นกเอาไปทำน้ำพริกแคบหมู ทำเสร็จใหม่ๆ ยกเสริฟเพื่อนชาวครัวค่ะ สำหรับสูตร***
ไก่ฝอย
ทุกๆ วันอาทติย์นกเราจะทำเมนู Roast Dinner กิน อาทิตย์นี้นกและแฟนคลับเลือกทำไก่อบ ส่วนใหญ่แล้วนกจะเลือกซื้อไก่ขนาดกลาง เพราะอยู่กันแค่สองคน พอไปถึงห้างฯ กลับไม่มีไก่ขนาดกลาง มีขนาดเล็ก และใหญ่ไปเลย นกจำใจต้องซื้อไก่ตัวโตมาทำ Chicken Roast Dinner และทำสลัดให้แฟนคลับไว้กินที่ทำงาน เหลือจากนั้นนกเอามาทำไก่ฝอย ส่วนผสมนกกะประมาณ ทำไปชิมรสไปนะค่ะ
ซีอิ้วหวานเล็กน้อย
1. นำไก่ที่ต้มสุกแล้ว มาทุบ และฉีกให้เป็นเส้น
2. ตั้งกระทะบนเตา เปิดไฟปานกลางใส่น้ำมันให้พอทอดเนื้อไก่ พอน้ำมันร้อน ก็ใส่เนื้อไก่ที่ฉีกไว้ลงไปทอดให้เหลือง
3. ตั้งกระทะใส่น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว ซีอิ้วหวาน และ น้ำเปล่า เล็กน้อยลงไปเคี่ยว ชิมรสตามชอบ
4. จากนั้นนำซีอิ๋วหวาน ,ซีอิ๋วขาว, น้ำตาล ,น้ำปลา ใส่กระทะตั้งไฟอ่อน จนน้ำตาลละลาย
5. เอาส่วนผสมของไก่ใส่ลงไปในกระทะเครื่องปรุงที่เคี้ยวจนได้ที่ ผัดไปเรื่อยๆ พอแห้ง ปิดไฟในเตาพักไว้ให้เย็นเก็บใส่กล่องเท่านี้ก็ได้ไก่ฝอยไว้กินกับข้าวเหนียวแล้วค่ะ
ส่วนผสม
เนื้อไก่ 800 กรัม
น้ำตาลทราย ตามชอบ
ซีอิ้วขาว เล็กน้อยซีอิ้วหวานเล็กน้อย
น้ำเปล่าเล็กน้อย
น้ำมันพืช สำหรับทอดเนื้อไก่
วิธีทำ1. นำไก่ที่ต้มสุกแล้ว มาทุบ และฉีกให้เป็นเส้น
2. ตั้งกระทะบนเตา เปิดไฟปานกลางใส่น้ำมันให้พอทอดเนื้อไก่ พอน้ำมันร้อน ก็ใส่เนื้อไก่ที่ฉีกไว้ลงไปทอดให้เหลือง
3. ตั้งกระทะใส่น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว ซีอิ้วหวาน และ น้ำเปล่า เล็กน้อยลงไปเคี่ยว ชิมรสตามชอบ
4. จากนั้นนำซีอิ๋วหวาน ,ซีอิ๋วขาว, น้ำตาล ,น้ำปลา ใส่กระทะตั้งไฟอ่อน จนน้ำตาลละลาย
5. เอาส่วนผสมของไก่ใส่ลงไปในกระทะเครื่องปรุงที่เคี้ยวจนได้ที่ ผัดไปเรื่อยๆ พอแห้ง ปิดไฟในเตาพักไว้ให้เย็นเก็บใส่กล่องเท่านี้ก็ได้ไก่ฝอยไว้กินกับข้าวเหนียวแล้วค่ะ
หมูยอ/ไก่ยอ
ยำหมูยอเมนูที่หลายๆ คนชอบ นกเองก็ชอบเช่นกัน แต่อยู่ต่างแดนจะหาหมูยอ ส. ขอนแก่น ได้ที่ไหนกัน หรือถ้ามีขายก็ไม่สบายใจเรื่องสารกันบูดอีก เมืือหาซื้อไม่ได้อยากกินก็ต้องทำเอง และแล้วนกก็ได้หมูยอกินสมใจเลยอยากเอามาแบ่งปันเพื่อนๆ ชาวครัว เผื่อว่าหาหมูยอไม่ได้เช่นกัน
ส่วนผสม
เนื้อหมู 1/2 กก แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ชช
พริกไทยป่น 1-2 ชช (แล้วแต่ชอบ)
กระเทียม 4-5 กลีบ
น้ำตาลทราย 2 ชช
ผงฟู 1/2 ชช
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

ส่วนผสม
เนื้อหมู 1/2 กก
เกลือป่น 1 ชช
พริกไทยป่น 1-2 ชช (แล้วแต่ชอบ)
กระเทียม 4-5 กลีบ
น้ำตาลทราย 2 ชช
ผงฟู 1/2 ชช
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
วิธีทำ
1.เอาเนื้อหมูไปแช่ให้เย็นจัด แล้วนำไปปั่นใน Food Processor จนละเอียด
2.จากนั้นใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไปปั่นให้เข้ากัน ช่วงนี้เนื้อหมูจะเริ่มคลายความเย็น ให้ใส่น้ำแข็งทุบละเอียดลงไปปั่นจะทำให้หมูยอเหนียวขึ้น
3.นำหมูที่ได้ห่อด้วยใบตอง (นกไม่มีใบตอง) ห่อด้วยถุงพลาสติกทนความร้อน หรือถ้าไม่มีใช้กล่องพลาสติกแบบทนความร้อนแทน อัดเนื้อหมูให้แน่นอย่าให้มีรช่องอากาศข้างใน เพราะจะทำให้หมูยอเนื้อไม่แน่นสวย 4.นำหมูไปนึ่งประมาณ 25-30 นาที หรือจนกระทั้งหมูสุกค่ะ เสร็จแล้วพักให้เย็นเท่านี้ก็ได้หมูยออร่อยๆ ไว้ยำ หรือจะนำใส่ในก๋วยเตียวก็อร่อยแล้วละค่ะ
1.เอาเนื้อหมูไปแช่ให้เย็นจัด แล้วนำไปปั่นใน Food Processor จนละเอียด
2.จากนั้นใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไปปั่นให้เข้ากัน ช่วงนี้เนื้อหมูจะเริ่มคลายความเย็น ให้ใส่น้ำแข็งทุบละเอียดลงไปปั่นจะทำให้หมูยอเหนียวขึ้น
3.นำหมูที่ได้ห่อด้วยใบตอง (นกไม่มีใบตอง) ห่อด้วยถุงพลาสติกทนความร้อน หรือถ้าไม่มีใช้กล่องพลาสติกแบบทนความร้อนแทน อัดเนื้อหมูให้แน่นอย่าให้มีรช่องอากาศข้างใน เพราะจะทำให้หมูยอเนื้อไม่แน่นสวย 4.นำหมูไปนึ่งประมาณ 25-30 นาที หรือจนกระทั้งหมูสุกค่ะ เสร็จแล้วพักให้เย็นเท่านี้ก็ได้หมูยออร่อยๆ ไว้ยำ หรือจะนำใส่ในก๋วยเตียวก็อร่อยแล้วละค่ะ
***บางคนทำหมูยอจะใส่มันหมูลงไปด้วย แต่ของนกที่ทำไม่ได้ใส่แต่นกใช้เนื้อติดมันนิด ๆ มาทำนะค่ะ แต่ทำเฉพาะเนื้อแดงก็ได้เช่นกันแล้วแต่จะชอบนะค่ะ ส่วนไก่ยอก็ใช่สูตรและวิธีทำเหมือนกัน ๆ กันค่ะ สิ่งที่สำคัญเนื้อจะต้องเย็นจัด เนื้อที่เราบดจะนุ่มเหนียวกรอบอร่อยค่ะ นี้เป็นหมูยอที่นกทำใหม่ๆ เลยหั่นมาให้ชมกันค่ะ***
ฮือก้วย /ลูกชิ้นปลาแผ่น/ปลาเส้น
ฮือก้วย/ลูิกชิ้นปลาแผ่น หรือปลาเส้น ชื่อเหล่านี้คิดว่าหลาย ๆ คนคงคุ้นหู หรือเคยได้ยิน ได้รู้จักกันมาบ้าง เค้าจะใส่ในก๋วยเตี๋ยว โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟร์นี้จะเห็นบ่อยที่สุด หรือไม่ก็เอาไปย่างกินกับน้ำจิ้มรสแซบยิ่งอร่อยอย่าบอกใครเชี่ยวค่ะ ที่บ้านนกเองเวลาทำใหม่ ๆสด ๆ พอสุกก็หั่นจิ้มน้ำจิ้มกันเลย ส่วนที่เหลือจะแช่แข็งเอาไว้ใช้เวลาทำก๋วยเตียวนะค่ะ ปลาเส้นที่บ้านสองสามเดือนจะทำสักครั้ง ไม่ได้ทำบ่อยๆ อย่างที่บอกเอาไว้ใส่ก๋วยเตียวนิด ๆ หน่อยๆ พอเป็นพิธี อย่างวันนี้ทำเสร็จก็แล้วแช่แข็งเอาไว้ ทำก๋วยเตียวอีกเมื่อไรก็เอาออกจากทิ้งไว้ให้น้ำแข็งละลาย จากนั้นก็ลวกน้ำร้อนนิดหน่อยใส่ลงในชามก๋วยเตียว เ่ี่ท่านี้ก็อร่อยแล้วละค่ะ
ส่วนผสม
เนื้อปลาสด 1 กก.
เกลือ 1 ชช
น้ำตาลทราย หยิบมือ
พริกไทยป่น หยิบมือ
ผงฟู 1/2 ชช
น้ำเย็นจัด 4 ชต
วิธีทำ
1. นำมาที่ได้มาล้างทำความสะอาด แล่และขูดเอาแต่เนื้อปลาล้วน ๆ นำเนื้อปลาที่ได้ไปบดให้ละเอียด
2. ผสม เกลือ น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ผงฟู และน้ำเย็นจัด คนละลายให้เข้ากัน
3. นำไปผสมกับเนื้อปลา บดให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นนำออกจากเครื่องบด แล้วนำมานวดต่ออีกประมาณ 10 นาที คลุมด้วยพสาสติกเอาเข้าช่องแช่แข็ง แช่ไว้ประมาณอีก 30 นาที หรือจะช่องแช่เย็นธรรมดาในตู้เย็นก็ได้ ประมาณ 1-2 ชม
4. พอครบกำหนดนำเนื้อปลามาปั้นให้เป็นเส้นทรงกลม หรือสี่เหลี่ยมตามชอบ จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 10-15 นาที หรือจนกระทั้งปลาสุก พักทิ้งไว้จนเย็น
5. เมื่อครบกำหนดนำไปทอดให้เหลือสุกสวย ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันทิ้งไว้จนเย็นตัดเป็นเส้นๆ บางหนา ตามชอบ เท่านี้นกก็ได้ลูกชิ้นปลาเส้นกินคู่กับก๋วยเตียว หรือจะลวกกินกับน้ำจิ้มแซบ ๆ ยกเสริฟแฟนคลับแล้วละค่ะ
***จานนี้เป็นปลาเส้นที่นกทำเสร็จแล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ จะได้เห็นเนื้อด้านในของปลาเส้นชัด ๆ ไปเลย เพื่อนๆ คนไหนมีปลาเยอะ ลงทำดู ดีกว่าเราไปซื้อทำง่ายไมยากเลย หรือไม่เวลาเพื่อนๆ ทำลูกชิ้นปลาแล้วแบ่งส่วนมาทำปลาเส้นบ้างก็ได้ค่ะจะได้มีหลากหลายในชามก๋วยเตี๋ยวของเรากันนะค่ะ***


ส่วนผสม
เนื้อปลาสด 1 กก.
เกลือ 1 ชช
น้ำตาลทราย หยิบมือ
พริกไทยป่น หยิบมือ
ผงฟู 1/2 ชช
น้ำเย็นจัด 4 ชต
วิธีทำ
1. นำมาที่ได้มาล้างทำความสะอาด แล่และขูดเอาแต่เนื้อปลาล้วน ๆ นำเนื้อปลาที่ได้ไปบดให้ละเอียด
2. ผสม เกลือ น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ผงฟู และน้ำเย็นจัด คนละลายให้เข้ากัน
3. นำไปผสมกับเนื้อปลา บดให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นนำออกจากเครื่องบด แล้วนำมานวดต่ออีกประมาณ 10 นาที คลุมด้วยพสาสติกเอาเข้าช่องแช่แข็ง แช่ไว้ประมาณอีก 30 นาที หรือจะช่องแช่เย็นธรรมดาในตู้เย็นก็ได้ ประมาณ 1-2 ชม
4. พอครบกำหนดนำเนื้อปลามาปั้นให้เป็นเส้นทรงกลม หรือสี่เหลี่ยมตามชอบ จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 10-15 นาที หรือจนกระทั้งปลาสุก พักทิ้งไว้จนเย็น
5. เมื่อครบกำหนดนำไปทอดให้เหลือสุกสวย ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันทิ้งไว้จนเย็นตัดเป็นเส้นๆ บางหนา ตามชอบ เท่านี้นกก็ได้ลูกชิ้นปลาเส้นกินคู่กับก๋วยเตียว หรือจะลวกกินกับน้ำจิ้มแซบ ๆ ยกเสริฟแฟนคลับแล้วละค่ะ
***จานนี้เป็นปลาเส้นที่นกทำเสร็จแล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ จะได้เห็นเนื้อด้านในของปลาเส้นชัด ๆ ไปเลย เพื่อนๆ คนไหนมีปลาเยอะ ลงทำดู ดีกว่าเราไปซื้อทำง่ายไมยากเลย หรือไม่เวลาเพื่อนๆ ทำลูกชิ้นปลาแล้วแบ่งส่วนมาทำปลาเส้นบ้างก็ได้ค่ะจะได้มีหลากหลายในชามก๋วยเตี๋ยวของเรากันนะค่ะ***
ส่วนชามนี้ก็เป็นมาม่าหมูสับ ใส่ปลาเส้นค่ะ
ข้าวเกรียบมันฝรั่ง/ ข้าวเกรียบกุ้ง
ช่วงนี้นกมีเวลาว่างเยอะ เลยจัดโน่นนี้ไปเรื่อยโดยเฉพาะห้องครัว รื้อข้าวของปรับเปลี่ยนมุม รื้อไปมาไปเจอะแป้งมัน 2 ถุง ที่เพื่อนแฟนคลับซื้อให้นานจนนกลืมไปเลยค่ะ มีเยอะขนาดนี้ ทำอะไรดีเมนูที่ใช้แป้งมันเยอะขนาดนี้ มีอยู่อย่างหนึ่งก็คือข้าวเกรียบ ไม่รอช้าจัดการเลย วันนี้นกเลือกทำข้าวเกรียบมันฝรั่ง กับข้าวเกรียบกุ้งค่ะ
ส่วนผสมข้าวเกรียบกุ้ง
เนื้อกุ้งสด (ปอกเปลือก) 1 ถ้วย
กระเทียมโขลกละเอียด 2 ชต
พริกไทยปน 1 ชช
เกลือปน 1 ชช
แป้งมัน 2 ถ้วย
น้ำเดือด 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
1.โขลกกุ้งให้ละเอียด ใส่กระเทียม พริกไทย เกลือ โขลกให้เข้ากัน
2. ผสมกุ้งกับแป้งมันให้เข้ากัน นวดให้นิ่ม ถ้าแป้งยังแข็งให้ใส่น้ำเล็กน้อยพอให้แป้งจับตัวปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้น นำแป้งมาปั้นให้เป็นรูปกลมยาว
3.ปูผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดในลังถึง วางส่วนผสมที่ปั้นไว้ตรงกลางนึ่ง โดยใช้ไฟแรงประมาณ 1 ชมหรือจนกระทั้งสุก จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4-5 ชม (ให้แป้งแข็งตัวเพื่อจะได้หั่นง่าย ๆ แต่อย่าให้แข็งตัวมากเกิืนไปจะหั่นยาก หรืออ่อนตัวเกินไปก็จะติดมือหั่นไม่ได้)
4.จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา1วัน เอาออกมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ นำตากให้แห้งสนิท ประมาณ 1-2 แดด (ที่บ้านไม่ค่อยมีแดด เลยตากประมาณ 2 วัน) จากนั้นนำไปทอดได้เลยค่ะ
5.เวลาทอดใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ทอดน้ำมันมาก ใส่ข้าวเกรียบทีละน้อย ช้อนข้าวเกรียบตลอดเวลา ให้ข้าวเกรียบพองเสมอกันทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พักให้เย็นแล้ วนำบรรจุถุง เท่านี้ก็ได้ข้าวเกรียบอร่อยๆ ไว้เลี้ยงในงานสังสรรแล้วละค่ะ
***นอกจากข้าวเกรียบกุ้งแล้ว นกยังทำข้าวเกรียบฟักทอง ข้าวเกรียบมันฝรั่ง ข้าวเกรียบแครรอท ซึ่งส่วนผสมและวิธีการทำคล้าย ๆ กับข้าวเกรียบกุ้ง แต่จะไม่มีส่วนผสมของน้ำเดือด เพราะผักจะมีน้ำอยู่ในตัวแล้ว การใส่ส่วนผสมของผักจะใส่สัดส่วนของ ผักให้น้อยกว่าสัดส่วยของแป้ง ครึ่งหนึ่ง เช่นข้าวเกรียบฟักทอง ถ้าใช้แป้งมัน 2 ถ้วย เนื้อฟักทองบดจะใช้ 1 ถ้วย เป็นต้น การทำข้าวเกรียบผัก จะต้องบดผักที่ใช้่อย่างละเอียด แล้วนำมาผสมกับแป้งในขณะที่ผักบดยังร้อนอยู่ไม่ต้องคอยให้เย็นนะค่ะ และจะต้องใส่น้ำมันพืชลงไปสักเล็กน้อย เพื่อให้แป้งนวลไม่ติดมือ การนวดส่วนผสมจะต้องไม่เหลวเกินไป หรือแข็งเกินไป นะค่ะ***
ส่วนผสมของข้าวเกรียบมันฝรั่ง
เนื้อมันฝรั่งบด 1/2 ถ้วย แป้งมัน 1 ถ้วย
กระเทียมโขลกละเอียด 2 ชต
พริกไทยปน 1 ชช
เกลือปน 1 ชช
น้ำมันพืช เล็กน้อย
วิธีทำ
1.โขลกกระเทียม พริกไทย เกลือ โขลกให้ละเอียดเข้ากัน
2.ต้มมันฝรั่งแล้วนำมาบด จากนั้นนำไปแป้งมัน กระเทียมที่โขลกละเอียดไว้แล้ว นวดให้นิ่ม ถ้าแป้งยังแข็งให้ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อยพอให้แป้งจับตัวปั้นเป็ นก้อนได้ จากนั้น นำแป้งมาปั้นให้เป็นรูปกลมยาว
3.ปูผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดในลังถึง วางส่วนผสมที่ปั้นไว้ตรงกลางนึ่ง โดยใช้ไฟแรงประมาณ 1 ชมหรือจนกระทั้งสุก จากนั้นก็นำพาสติกมาพันหุ้มให้เรียบร้อย พักให้เย็นแล้วไปแช่ไว้ ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4-5 ชม (ให้แป้งแข็งตัวเพื่อจะได้หั่นง่าย ๆ แต่อย่าให้แข็งตัวมากเกิืนไปจะหั่นยาก หรืออ่อนตัวเกินไปก็จะติดมือหั่นไม่ได้)
4.จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น ช่องธรรมดา1วัน เอาออกมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ นำตากให้แห้งสนิท ประมาณ 1-2 แดด (ที่บ้านไม่ค่อยมีแดด เลยตากประมาณ 2 วัน) จากนั้นนำไปทอดได้เลยค่ะ
5.เวลา ทอดใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ทอดน้ำมันมาก ใส่ข้าวเกรียบทีละน้อย ช้อนข้าวเกรียบตลอดเวลา ให้ข้าวเกรียบพองเสมอกันทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พักใ ห้เย็นแล้วนำบรรจุถุง เท่านี้ก็ได้ข้าวเกรียบอร่อยๆ ไว้เลี้ยงในงานสังสรรแล้วล ะค่ะ
ส่วนผสมข้าวเกรียบกุ้ง
เนื้อกุ้งสด (ปอกเปลือก) 1 ถ้วย
กระเทียมโขลกละเอียด 2 ชต
พริกไทยปน 1 ชช
เกลือปน 1 ชช
แป้งมัน 2 ถ้วย
น้ำเดือด 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
1.โขลกกุ้งให้ละเอียด ใส่กระเทียม พริกไทย เกลือ โขลกให้เข้ากัน
2. ผสมกุ้งกับแป้งมันให้เข้ากัน นวดให้นิ่ม ถ้าแป้งยังแข็งให้ใส่น้ำเล็กน้อยพอให้แป้งจับตัวปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้น นำแป้งมาปั้นให้เป็นรูปกลมยาว
3.ปูผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดในลังถึง วางส่วนผสมที่ปั้นไว้ตรงกลางนึ่ง โดยใช้ไฟแรงประมาณ 1 ชมหรือจนกระทั้งสุก จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4-5 ชม (ให้แป้งแข็งตัวเพื่อจะได้หั่นง่าย ๆ แต่อย่าให้แข็งตัวมากเกิืนไปจะหั่นยาก หรืออ่อนตัวเกินไปก็จะติดมือหั่นไม่ได้)
4.จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา1วัน เอาออกมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ นำตากให้แห้งสนิท ประมาณ 1-2 แดด (ที่บ้านไม่ค่อยมีแดด เลยตากประมาณ 2 วัน) จากนั้นนำไปทอดได้เลยค่ะ
5.เวลาทอดใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ทอดน้ำมันมาก ใส่ข้าวเกรียบทีละน้อย ช้อนข้าวเกรียบตลอดเวลา ให้ข้าวเกรียบพองเสมอกันทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พักให้เย็นแล้ วนำบรรจุถุง เท่านี้ก็ได้ข้าวเกรียบอร่อยๆ ไว้เลี้ยงในงานสังสรรแล้วละค่ะ
***นอกจากข้าวเกรียบกุ้งแล้ว นกยังทำข้าวเกรียบฟักทอง ข้าวเกรียบมันฝรั่ง ข้าวเกรียบแครรอท ซึ่งส่วนผสมและวิธีการทำคล้าย ๆ กับข้าวเกรียบกุ้ง แต่จะไม่มีส่วนผสมของน้ำเดือด เพราะผักจะมีน้ำอยู่ในตัวแล้ว การใส่ส่วนผสมของผักจะใส่สัดส่วนของ ผักให้น้อยกว่าสัดส่วยของแป้ง ครึ่งหนึ่ง เช่นข้าวเกรียบฟักทอง ถ้าใช้แป้งมัน 2 ถ้วย เนื้อฟักทองบดจะใช้ 1 ถ้วย เป็นต้น การทำข้าวเกรียบผัก จะต้องบดผักที่ใช้่อย่างละเอียด แล้วนำมาผสมกับแป้งในขณะที่ผักบดยังร้อนอยู่ไม่ต้องคอยให้เย็นนะค่ะ และจะต้องใส่น้ำมันพืชลงไปสักเล็กน้อย เพื่อให้แป้งนวลไม่ติดมือ การนวดส่วนผสมจะต้องไม่เหลวเกินไป หรือแข็งเกินไป นะค่ะ***
ส่วนผสมของข้าวเกรียบมันฝรั่ง
เนื้อมันฝรั่งบด 1/2 ถ้วย แป้งมัน 1 ถ้วย
กระเทียมโขลกละเอียด 2 ชต
พริกไทยปน 1 ชช
เกลือปน 1 ชช
น้ำมันพืช เล็กน้อย
วิธีทำ
1.โขลกกระเทียม พริกไทย เกลือ โขลกให้ละเอียดเข้ากัน
2.ต้มมันฝรั่งแล้วนำมาบด จากนั้นนำไปแป้งมัน กระเทียมที่โขลกละเอียดไว้แล้ว นวดให้นิ่ม ถ้าแป้งยังแข็งให้ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อยพอให้แป้งจับตัวปั้นเป็ นก้อนได้ จากนั้น นำแป้งมาปั้นให้เป็นรูปกลมยาว
3.ปูผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดในลังถึง วางส่วนผสมที่ปั้นไว้ตรงกลางนึ่ง โดยใช้ไฟแรงประมาณ 1 ชมหรือจนกระทั้งสุก จากนั้นก็นำพาสติกมาพันหุ้มให้เรียบร้อย พักให้เย็นแล้วไปแช่ไว้ ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4-5 ชม (ให้แป้งแข็งตัวเพื่อจะได้หั่นง่าย ๆ แต่อย่าให้แข็งตัวมากเกิืนไปจะหั่นยาก หรืออ่อนตัวเกินไปก็จะติดมือหั่นไม่ได้)
4.จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น ช่องธรรมดา1วัน เอาออกมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ นำตากให้แห้งสนิท ประมาณ 1-2 แดด (ที่บ้านไม่ค่อยมีแดด เลยตากประมาณ 2 วัน) จากนั้นนำไปทอดได้เลยค่ะ
5.เวลา ทอดใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ทอดน้ำมันมาก ใส่ข้าวเกรียบทีละน้อย ช้อนข้าวเกรียบตลอดเวลา ให้ข้าวเกรียบพองเสมอกันทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พักใ ห้เย็นแล้วนำบรรจุถุง เท่านี้ก็ได้ข้าวเกรียบอร่อยๆ ไว้เลี้ยงในงานสังสรรแล้วล ะค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











